ดูซีรี่ย์: Freud

ดูซีรี่ย์: Freud ซีรีส์ออสเตรียเรื่องแรกใน Netflix ที่เอา ซิกมันด์ ฟรอยด์ ผู้คิดค้นทฤษฎีจิตวิเคราะห์ที่โด่งดังของโลก มารับบทสืบสวนอาชญากรรมวิปลาสในแบบทริลเลอร์ปนการเมือง

ซีรีส์เป็นการนำช่วงชีวิตของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ในปี ค.ศ.1886 ที่เขากำลังเริ่มพัฒนาวิธีการสะกดจิตมาใช้สำหรับรักษาคนป่วย และเปิดคลินิกในกรุงเวียนนา ซึ่งเวลานั้นเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรออสเตรียที่ปกครองกว่าครึ่งทวีปยุโรป โดยตัวซีรีส์จะเติมแต่งเรื่องราวในแบบสืบสวนทริลเลอร์อาชญากรรม ผสมกึ่งแฟนตาซีเหนือจริงในแบบวิปลาสเข้ามาภายใต้บรรยากาศทะมึนในเรื่องด้วย

Freud เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1886 ที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของอาณาจักรออสเตรีย ที่เคยครองความยิ่งใหญ่ในทวีปยุโรป ซึ่งภายหลังได้ล่มสลายลงแล้วแตกแยกออกเป็นแคว้นและประเทศน้อยใหญ่ในยุโรป

ที่นั่นเอง ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักประสาทวิทยา ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการศึกษาเรื่องการสะกดจิตในฝรั่งเศส ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกับศาสตราจารย์แพทยชื่อดังในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง แล้วยังเปิดคลินิดส่วนตัว เพื่อเปิดให้กรรักษาด้วยวิธีการสะกดจิต สำหรับผู้มีอาการทางประสาท และฮิสทีเรีย แต่วิธีสะกดจิตของเขาถูกมองว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อที่ไม่มีแพทย์ในเวียนนายอมรับ

กระทั่งคืนหนึ่ง ฟรอยด์ได้บังเอิญไปร่วมงานเลี้ยงปาร์ตี้ของชนชั้นสูง ที่มีสมาชิกจากตระกูลระดับสูงในฮังการี เขาได้พบกับหญิงสาวปริศนา เฟลอร์ ผู้ซึ่งมีความสามารถพิเศษอันลี้ลับในการมองเห็นนิมิตหยั่งรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจรู้ได้

นอกจากนี้ ฟรอยด์ยังต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมปริศนาที่มี ผู้ตรวจการ คิสส์ เป็นคนนำมาให้ แล้วตอนนี้เองที่ฟรอยด์ได้ค้นพบว่า ทักษะการสะกดจิตที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางของเขา กับความสามารถในการเห็นนิมิตของเฟลอร์ อาจจะสามารถหยุดยั้งคดีฆาตกรรมปริศนา รวมถึงการค้นหาแรงจูงใจพิสดารพันลึกและสุดวิปลาสของเหล่าฆาตกรที่ดูเหมือนว่าทั้งหมดก็ถูกคนอื่นบงการอยู่อีกที

ตอนนี้เองที่ฟรอยด์ได้ค้นพบว่า ในเมืองแห่งนี้ยังมีคนอื่นที่มีความสามารถในการสะกดจิตเหนือกว่าเขา แถมยังมีแผนการร้ายที่สุดหยั่งคาดในระดับที่ถึงขั้นจะทำให้อาณาจักรออสเตรียต้องสั่นสะเทือนและอาจถึงขั้นพังพินาศเลยทีเดียว ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่ฟรอยด์และคนอีกจำนวนมากต้องเข้าไปพัวพันและหาทางคลี่คลายลงให้ได้

ตัวละคร

ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักประสาทวิทยา ที่กำลังอยู่ระหว่างหาทางนำเสนอวิธีสะกดจิตเพื่อรักษาผู้ป่วยทางประสาทโดยเฉพาะการพิสูจน์อาการของโรคฮิสทีเรียว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องของจิตไร้สำนึก แต่กลับโดนดูถูกจากวงการแพทย์ว่าเป็นหมอนอกรีต

ฟรอยด์เปิดคลินิคเพื่อจะรับผู้ป่วยมาบำบัด แต่แล้วเขากลับต้องเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมปริศนาที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เฟลอร์ ซาโลเม หญิงสาวผู้มีความสามารถในการหยั่งรู้ผ่านนิมิตประหลาด เธอเป็นลูกอุปถัมภ์ของสามีภรรยาท่านเคาน์ซาปารีของฮังการีที่มีแผนจะเข้าหาเชื้อพระวงศ์ในเวียนนา เฟลอร์ได้พบกับฟรอยด์แล้วต่างดึงดูดเข้าหากัน เธอเสนอตัวที่จะเข้าช่วยเหลือฟรอยด์ในการใช้นิมิตของเธอร่วมกับการสะกดจิตของเขาเพื่อคลี่คลายคดีประหลาด แต่กลายเป็นว่าเธอก็ได้กลายเป็นคนป่วยรายแรกของเขาไปด้วย

อัลเฟรด คิสส์ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการของเวียนนา เป็นคนดุดัน เคร่งขรึม แต่รักความยุติธรรม เขาเสียลูกชายที่ติดตามมาออกรบด้วย จึงอยู่อาศัยกับลูกสะใภ้และหลานๆ

คิสส์ได้เข้ามาดูแลคดีปริศนาที่มีเด็กสาวถูกฆาตกรรม แล้วก็ได้มาพบกับฟรอยด์ ช่วงแรกเขาไม่เชื่อถือฟรอยด์เท่าไรนัก แต่หลังจากเริ่มรู้จักอีกฝ่ายและพบว่าฟรอยด์มีความสามารถจริง ทั้งสองจึงเริ่มร่วมมือกันค้นหาว่าแท้จริงใครกำลังวางแผนการร้ายอะไรเอาไว้

ในภาพรวมแล้ว เป็นเสมือนการเอาบุคคลสำคัญมากในประวัติศาสตร์โลกที่คนส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินชื่ออย่าง ซิกมันด์ ฟรอยด์ มารับบทหมอจิตแพทย์พ่วงกับนักสืบไปด้วย ซึ่งซีรีส์ก็จัดเต็มในมุมนี้ให้คนดูไปเลย

ดังนั้นถ้าใครคาดหวังอยากดูชีวประวัติของฟรอยด์ หรือการพัฒนาความรู้ด้านวิชาการและงานวิจัยด้านจิตวิเคราะห์ของเขาในเชิงวิชาการแล้ว คงต้องแสดงความผิดหวัง เพราะนี่ไม่ใช่หนังชีวประวัติฟรอยด์ แต่เป็นซีรีส์ย้อนยุคแนวสืบสวนอาชญากรรมในแบบดาร์ก 18+ ที่อิงการเมืองด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อดีมากอย่างหนึ่งก็คือ ซีรีส์เลือกที่จะทำให้เรื่องแนวคิดด้านจิตวิทยาและการเข้าถึงด้านความคิดด้านมืดของผู้คน ได้เห็นออกมาเป็นเรื่องราวที่ย่อยง่ายขึ้นมาก

นอกจากนี้การตีความตัวละครฟรอยด์ก็ออกมาดูน่าสนใจ เพราะนี่คือขยายช่วงชีวิตของฟรอยด์ในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเป็นนักประสาทวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่ฟรอยด์ในซีรีส์เรื่องนี้ ยังเป็นเพียหมอหนุ่มที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรในชีวิต แถมวิธีสะกดจิตที่เขาพยายามนำเสนอก็ไม่ค่อยได้รับการยอมรับ ถูกมองว่าเป็นของนอกรีตจากการแพทย์ แถมตอนแรกเจ้าตัวก็ยังทำการสะกดจิตของจริงไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำไป

ส่วนหนึ่งที่ซีรีส์เล่าและขยายได้ดีก็คือการบอกเล่าว่า ทำไมผู้คนในเรื่องถึงโดนสะกดจิตให้ออกมาทำตามคำสั่งอะไรได้ง่ายดายนัก ซึ่งก็มีการอธิบายอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการดึงเอาด้านมืดของผู้คนออกมา และการเข้าถึงสิ่งที่คนเหล่านั้นขาด

สำหรับเหตุการณ์ในซีรีส์ เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ตรงกับประวัติของฟรอยด์มากนัก นอกเหนือจากรายละเอียดบางอย่าง ที่ถือว่าตรงตามประวัติศาสตร์ และในซีรีส์เอามาเล่นไว้ด้วย เช่น

– การหมั้นหมายของฟรอยด์และคู่หมั้นคือมาร์ธ่าร์ ที่เน้นติดต่อหากันผ่านทางจดหมาย
– การใช้โคเคนของฟรอยด์
– ในเรื่องมีนายแพทย์อาวุโสที่เป็นคนพัฒนาวิชาสะกดจิตอีกรูปแบบหนึ่งและทำงานร่วมกับฟรอด์เขาคือ โจเซฟ บราวเออร์ ซึ่งจะมีการพูดถึงการรักษาด้วยการสะกดจิตที่เขาทำมาก่อน
– การเปิดคลินิกรับบำบัดของฟรอยด์ที่ช่วงแรกไม่ได้รับการยอมรับมากนัก
– การดวลปืนระหว่างคู่กรณีสองคน ยุคนั้นถือว่าถูกต้องตามกฏหมาย
– ความขัดแย้งระหว่างราชวงศ์ออสเตรียกับกลุ่มกบฏ ที่ถูกนำมาใช้เป็นปมสำคัญในเรื่อง

ในภาพรวมแล้ว เป็นซีรีส์ออสเตรียที่มีการเซตติ้งหลายอย่างออกมายอดเยี่ยม ดูแล้วสมจริงมาก นักแสดงหลายคนทำได้ดี โดยเฉพาะนักแสดงสาว Ella Rumpf ที่เล่นในบทเฟลอร์ ซึ่งจะต้องแสดงอารมณ์สุดโต่งหลายครั้ง ไปจนถึงแสดงเป็นคนสองบุคลิก ก็ทำได้ดีมาก ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีฉากแนวเรต18+ ที่เธอต้องโชว์เนื้อหนังด้วย

ในส่วนของการ Casting นักแสดงหลายคนก็เล่นได้ดี โดยเฉพาะบทของคิสส์ ที่หน้าตาเปิดตัวมาโคตรโหด แต่นิสัยเป็นลูกผู้ชาย จิตใจดี รักความยุติธรรม เช่นเดียวกับนายตำรวจร่างท้วมอ้วนอย่างโพชาเคอร์ ซึ่งเป็นตัวละครสมบทที่เรียกเสียงหัวเราะและชวนให้น่ารักในมิตรภาพที่เขามีให้คิสส์ได้ท่ามกลางเรื่องราวที่ตึงเครียด

ด้านเพลงประกอบ OST ก็เป็นอีกจุดที่เข้ากับบรรยากาศหลอน ทะมึน และไม่น่าไว้ใจในเรื่อง ยิ่งขับเน้นให้โทนเรื่องมีความดาร์กและดิบขึ้นไปอีก

สำหรับบรรดาฉากที่ตัวละครต้องเข้าไปอยู่ในมโนสำนึกของตัวเอง ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญมาก เพราะตัวละครบางคนจะมีฉากที่วนเวียนอยู่ในห้วงจิตสำนึกของตนเอง แต่ซีรีส์ก็ทำออกมาไม่ให้คนดูสับสนมากนัก แล้วนอกจากนี้ในเรื่องยังมีการใส่สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องจิตไร้สำนึกของฟรอยด์เอาไว้มาก เช่น เส้นทางบันไดที่เป็นวนในอาคารที่พักของฟรอยด์เองด้วย

แต่ข้อด้อยก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องของบท ความสามารถพิเศษของตัวละครในการสะกดจิตที่ค่อนข้างโอเวอร์มาก แม้จะมีการพูดถึงทริคในการสะกดจิตไว้บ้าง แต่เรื่องก็แตะตรงนี้ไม่มากนัก ทำให้ทักษะการสะกดจิตของเหล่าตัวเลครในเรื่องดูเกินจริงไปหน่อย จนแทบจะเข้าขั้นแฟนตาซีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะเป็นการเล่นกับประเด็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่เคยแพร่หลายในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17-19 ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นความสามารถพิสดารในเรื่อง จึงถูกนำเสนอในซีรีส์อย่างเต็มที่ชนิดไม่กั๊กเลย

ส่วนตอนสุดท้ายของเรื่อง ถือว่าจบในตัวของมันเอง หลังจากผ่านเรื่องราวพิสดารสุดขีดมาแล้ว เรื่องก็อธิบายวาทำไมถึงไม่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ในขณะที่ฟรอยด์ในตอนจบ ก็กำลังจะกลายเป็นฟรอยด์ในแบบที่ควรจะเป็นอย่างที่คนทั่วไปยกย่องนั่นเอง